ทำไม Foundation Medicine ถึงเป็นคำตอบแรกของคุณ

เพราะมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่มีความต่างกันในแต่ละคน Foundation Medicine คือผู้ให้บริการการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนอย่างครอบคลุม (Comprehensive Genomic Profiling; CGP) ที่ได้มาตรฐานระดับโลก (US FDA approval)1 สามารถตรวจยีนได้มากกว่า 300 ยีนภายในการตรวจเพียงครั้งเดียว การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมจึงช่วยแพทย์วางแผนเลือกการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจง (Personalized Medicine) ในแบบของคุณ*2-3

ดังนั้น Foundation Medicine จึงเป็นคำตอบแรกในการต่อสู้กับโรคมะเร็งก่อนเริ่มต้นการรักษา

หมายเหตุ*ทั้งนี้การตัดสินใจเลือกการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาเนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย

การเลือกการตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม
ที่ได้รับมาตรฐาน US FDA approval
มีความสำคัญอย่างไร

การบริการตรวจยีนทั้ง FoundationOne CDx (ใช้ตัวอย่างชิ้นเนื้อมะเร็ง) และ FoundationOne Liquid CDx (ใช้ตัวอย่างเลือด) ได้รับการรับรองตามมาตรฐานขั้นสูง ขององค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US- FDA) ว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ทางคลินิก ซึ่งแตกต่างจากการบริการตรวจยีนที่ยังไม่ได้รับการรับรองซึ่งจะถือว่าเป็นการตรวจที่อนุญาตให้ใช้ในห้องปฏิบัติการเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น (Research use only)18-19 เพื่อที่จะได้รับการรับรองดังกล่าว FoundationOne CDx ใช้ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจมากถึง 6,300 ตัวอย่าง20 และ FoundaionOne Liquid CDx ใช้ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจมากถึง 7,500 ตัวอย่าง21 เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์เพื่อยื่นขอรับรองมาตรฐานซึ่งมากกว่า ปริมาณที่มักใช้ในการประเมินมาตรฐานทั่วไปที่ใช้เพียงแค่ 50 ตัวอย่างเท่านั้น22 การประเมินมาตรฐานนี้ Foundation Medicine ได้รับการรับรองทั้งในส่วนของวิธีการตรวจ (analytical validation), ผลการตรวจที่ส่งผลต่อการเลือกยารักษาที่จำเพาะ (clinical validation) และ ชีวสารสนเทศศาสตร์ (bioinformatics) ท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่าการบริการตรวจยีนของ Foundation Medicine มีคุณภาพและได้มาตรฐานขั้นสูงจึงเหมาะสมสำหรับนำมาให้ในการรักษาของท่าน23

เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับการนำมาใช้ในการรักษา

Analytical validation
เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ตรวจได้ นั้นถูกต้องจริง

Clinical validation
ผลการตรวจช่วยเลือกยารักษาที่จำเพาะ

Bioinformatics
ตรวจเพื่อให้มั่นใจว่าการวิเคราะห์ และรายงานผลได้มาตรฐาน

ประโยชน์ของ Foundation Medicine

การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

ตรวจยีนมะเร็งครอบคลุม ครบจบในครั้งเดียว

วางแผนการรักษาได้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

เพิ่มทางเลือก การรักษาที่ตรงจุด

การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมด้วย Foundation Medicine จะทำให้สามารถมองภาพของความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดภายในการตรวจเพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วยประหยัดชิ้นเนื้อประหยัดเวลาและมีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจหาความผิดปกติของยีนมะเร็งแบบทีละจุดหรือ Single biomarker testing2-3

Read more

เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ หรือเลือด

การตรวจทางพยาธิ

การตรวจยีนอย่างครอบคลุม
(Comprehensive geonomics profiling )

1.การตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม (Comprehensive genomic profiling)

เป็นการตรวจการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเออย่างครอบคลุม เพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดได้ในการตรวจเพียงครั้งเดียว ทำให้เห็นภาพรวมของการกลายพันธุ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน เซลล์มะเร็งเพื่อหาทางเลือกในการรักษาอย่างตรงจุด 2-3

2. การตรวจยีนมะเร็งแบบยีนเดียว หรือกลุ่มเดียว (Single biomarker testing or hotspot testing)

ตรวจหาเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนที่พบได้บ่อยเท่านั้น (common mutation) เนื่องจากต้องเลือกชนิดของการกลายพันธุ์ที่ต้องการตรวจหาล่วงหน้าก่อนการตรวจ ดังนั้นจะไม่สามารถตรวจพบ การกลายพันธุ์ชนิดอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยีนที่เลือกจะตรวจหา จึงมีโอกาสพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์อื่นๆที่อาจจะมีความสำคัญไปได้ 2-3

Read less

เส้นทางต่อสู้โรคมะเร็งในแบบของคุณ

Your journey to fight cancer

ยาหนึ่งตัวใช้กับคนไข้ทุกคน เช่นยาเคมีบำบัด

แบ่งคนไข้เป็น กลุ่มกว้างๆ รักษาตรงจุดมากขึ้น

คนไข้แต่ละคนแตกต่างกัน รักษาได้ถูกต้อง เหมาะสม กับคนไข้แต่ละคน

Read more

เข้าใจมะเร็ง

มะเร็งเกิดจากการที่สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA, RNA หรือ โปรตีน) ในเซลล์เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้การทำงานของเซลล์ผิดปกติไป สารพันธุกรรมของคนเรามีหน้าที่เก็บข้อมูลสำคัญที่มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ให้อยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม สารพันธุกรรม สามารถเกิดความผิดปกติได้หรือ เรียกว่า การกลายพันธุ์ (mutation) การกลายพันธ์ุนั้นยังสามารถเกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ดังนั้นการกลายพันธุ์ในสารพันธุกรรมจึงสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบส่งผลให้คนไข้มะเร็งแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างเฉพาะตัว

การกลายพันธุ์ อาจเกิดจากปัจจัยภายนอกต่างๆ13

Read less

แนวทางการรักษา

การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted treatment)
เป็นการมุ่งเน้นการให้ยารักษาให้ตรงกับการกลายพันธุ์ ของมะเร็งในคนไข้แต่ละคน ซึ่งอาจจะเพิ่มประสิทธิภาพและ อาจจะลดผลข้างเคียงซึ่งแพทย์จะวางแผน การรักษาแบบมุ่งเป้าได้เมื่อมีการตรวจหาความผิดปกติ ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันบําบัด (Immunotherapy)
เป็นการรักษาโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทําลายเซลล์มะเร็ง ยาในกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยเพิ่มการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น 8

Chemotherapy
แพทย์อาจแนะนำยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นการใช้ยาเพื่อทำลาย เซลล์ที่มีการเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ก็ทำให้เซลล์ปกติของร่างกายก็มีโอกาสถูกทำลายไปด้วย 4-7

Surgery
คนไข้จะรับการผ่าตัดตามตำแหน่งของก้อนมะเร็งหากพบว่า มะเร็ง ที่สามารถตัดออกได้และไม่แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่น ในร่างกายก้อนมะเร็งสามารถถูกตัดออกด้วยการผ่าตัด 4-7

Radiotherapy
หากตำแหน่งของมะเร็งไม่สามารถทำการผ่าตัดได้หรือยังมี มะเร็งหลงเหลือหลังจากผ่าตัดแล้วแพทย์อาจจะใช้วิธีรังสีรักษา เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ง หรือให้มั่นใจว่าตำแหน่งนั้นๆ ไม่มีมะเร็งหลงเหลืออยู่ แต่หากฉายรังสีในขนาดที่สูง อาจจะทำให้เซลล์ข้างเคียงที่ปกติบาดเจ็บได้ในบริเวณที่สัมผัสรังสี 4-7

การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted treatment) เป็นการมุ่งเน้นการให้ยารักษาให้ตรงกับการกลายพันธุ์ ของมะเร็งในคนไข้แต่ละคน ซึ่งอาจจะเพิ่มประสิทธิภาพและ อาจจะลดผลข้างเคียงซึ่งแพทย์จะวางแผน การรักษาแบบมุ่งเป้าได้เมื่อมีการตรวจหาความผิดปกติ ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันบําบัด (Immunotherapy)
เป็นการรักษาโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทําลายเซลล์มะเร็ง ยาในกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยเพิ่มการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น 8

Chemotherapy
แพทย์อาจแนะนำยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นการใช้ยาเพื่อทำลาย เซลล์ที่มีการเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ก็ทำให้เซลล์ปกติของร่างกายก็มีโอกาสถูกทำลายไปด้วย 4-7

Surgery
คนไข้จะรับการผ่าตัดตามตำแหน่งของก้อนมะเร็งหากพบว่า มะเร็ง ที่สามารถตัดออกได้และไม่แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่น ในร่างกายก้อนมะเร็งสามารถถูกตัดออกด้วยการผ่าตัด 4-7

Radiotherapy
หากตำแหน่งของมะเร็งไม่สามารถทำการผ่าตัดได้หรือยังมี มะเร็งหลงเหลือหลังจากผ่าตัดแล้วแพทย์อาจจะใช้วิธีรังสีรักษา เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ง หรือให้มั่นใจว่าตำแหน่งนั้นๆ ไม่มีมะเร็งหลงเหลืออยู่ แต่หากฉายรังสีในขนาดที่สูง อาจจะทำให้เซลล์ข้างเคียงที่ปกติบาดเจ็บได้ในบริเวณที่สัมผัสรังสี 4-7

ส่งตรวจยีนด้วย Foundation Medicine ได้ที่ไหนบ้าง

ท่านสามารถสอบถามแพยท์สาขามะเร็งวิทยาเกี่ยวกับการส่งตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมกับ Foundation Medicine ตามโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลข้างล่างนี้ และหากแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ดูแลท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดส่งสิ่งตรวจ การดำเนินการและการชำระค่าบริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ห้องปฎิบัติการไฮเทคแล็ป ที่เบอร์ 02-266-4945,02-266-9560.02-267-0071 หรือ Line ID hitechlab

เข้าใจการตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

Foundation Medicine EP1
มะเร็งอาจจะดูน่ากลัว แต่ก็มีทางออก และคำตอบอยู่ในตัวคุณ

Foundation Medicine EP2.1
การตรวจยีนเพื่อรักษามะเร็ง

Foundation Medicine EP2 2
ข้อดี และ ตัวอย่างของการตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

Foundation Medicine EP3
การตรวจยีนมะเร็ง ควรตรวจในระยะใด

Foundation Medicine EP4.1
การตรวจยีนมะเร็ง สามารถตรวจได้กี่วิธี

Foundation Medicine EP4.2
การตรวจยีนมะเร็ง ตรวจเพื่ออะไร

Foundation Medicine EP4.3
การเตรียมตัว ในการตรวจยีนมะเร็ง

Foundation Medicine EP4.4
การตรวจยีนมะเร็ง โดยการตรวจเลือด

Foundation Medicine EP4.5
การตรวจยีนมะเร็ง ควรตรวจตอนไหน

Foundation Medicine EP4.6
หลังผ่านการรักษาด้วยยามุ่งเป้าแล้ว ยังต้องตรวจยีนกลายพันธ์ุอีกหรือไม่

Foundation Medicine EP4.7
การตรวจยีนมะเร็งกับ การเลือกยาในการรักษา

คำถามที่พบบ่อย14-17

1. Genomic testing ต่างจาก genetic testing อย่างไร

Genetic testing จะวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนในDNA ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary) แต่การตรวจแบบ genomic testing นั้นจะวิเคราะห์การกลายพันธุ์ทั้งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ที่เกิดจากสิ่งอื่นๆตลอดช่วงชีวิตของคนไข้ ซึ่งทำให้เกิดการเติบโตของมะเร็ง การกระจายตัวของมะเร็ง ตลอดถึงส่งผลต่อการตอบสนองของการรักษา Foundation medicine เป็นการตรวจแบบ Genomic testing ซึ่งดูการ กลายพันธุ์ที่เกี่ยวกับมะเร็งทั้งหมดโดยไม่แยกว่าการกลายพันธุ์นั้นเกิดจากส่วนใด

2. Comprehensive genomic profiling คืออะไร

Comprehensive genomic profiling (CGP) คือ วิธีการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งอย่างครอบคลุม โดยใช้ตัวอย่างชิ้นเนื้อ หรือ เลือดของคนไข้มะเร็ง เพื่อที่จะตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ผิดปกติเกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดของคนไข้ Comprehensive genomic profiling ให้ข้อมูลที่ช่วยให้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้ยารักษาที่จำเพาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแม่นยำและจำเพาะ (Personalized Medicine) ต่อคนไข้แต่ละคน และสามารถใช้ตรวจได้สำหรับมะเร็งทุกชนิด เนื่องจากมะเร็งของคนไข้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ผลตรวจจึงอาจพบยีนที่มียารักษามุ่งเป้าหรืออาจไม่มีก็ได้ ซึ่งแพทย์จะได้ทำการเลือกใช้ยาได้เหมาะสมที่สุดกับท่านต่อไป

3. Comprehensive genomic profiling ต่างจากการตรวจการตรวจยีนมะเร็งแบบยีนเดียว หรือกลุ่มเดียว(Single biomarker testing or hotspot testing) อย่างไร

การตรวจแบบยีนเดียว (Single gene testing) จะตรวจหายีนมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติแค่บางจุด โดยมักตรวจหาเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนที่พบได้บ่อยเท่านั้น (common mutation) เนื่องจากต้องเลือกชนิดของการกลายพันธุ์ที่ต้องการตรวจหาล่วงหน้าก่อนการตรวจ ดังนั้นจะไม่สามารถตรวจพบ การกลายพันธุ์ชนิดอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เลือกจะตรวจหา จึงมีโอกาสพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์อื่นๆที่อาจจะมีได้ แต่การตรวจแบบ Comprehensive genomic profiling (CGP) จะสามารถตรวจการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเออย่างครอบคลุม คือตรวจหาการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมด ทำให้เห็นภาพรวมของการกลายพันธุ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเซลล์มะเร็งเพื่อหาทางเลือกในการรักษาอย่างตรงจุด

Read more

4. ใครที่สามารถรับการตรวจได้บ้าง

การส่งตรวจ Foundation Medicine® ใช้สำหรับวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนในคนไข้โรคมะเร็งชนิดก้อน solid tumor ด้วยการใช้ FoundationOne® CDx หรือ FoundationOne® Liquid CDx สำหรับโรคมะเร็งโลหิตวิทยา (hematologic malignancy) และ มะเร็งซาร์โคมา Sarcoma ด้วยการใช้ FoundationOne® Heme ผลการตรวจจาก Foundation Medicine ช่วยในการพยากรณ์โรคโดยการดูการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้อง และใช้แนะนำแนวทางในการเลือกยารักษาสำหรับคนไข้ที่เหมาะสมและจำเพาะกับคนไข้แต่ละคน  

5. การส่งตรวจ Foundation Medicine ใช้ในมะเร็งทุกกลุ่ม ใช่หรือไม่

การส่งตรวจ Foundation Medicine เป็นการตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม (comprehensive genomic profiling (CGP)) ที่เป็นการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนที่ครอบคลุมทุกชนิดของมะเร็ง ดังตัวอย่างของมะเร็งต่อไปนี้ FoundationOne®CDx:  มะเร็งชนิดก้อนทั้งหมด (Solid tumors) เช่น มะเร็งปอด Non-Small Cell Lung (NSCLC) มะเร็งลำไส้ (Colorectal cancer) มะเร็งเต้านม (Breast cancer) มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)มะเร็งผิวหนัง (Melanoma) และอื่นๆ FoundationOne®CDx: เช่นเดียวกับ FoundationOne®CDx แต่ใช้ตัวอย่างเลือดในการส่งตรวจ FoundationOne® Heme: มะเร็งโรคเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว Leukemias, Myelodysplastic Syndrome, Myeloproliferative Neoplasm, Acute Myeloid Leukemia, Acute Lymphoblastic Leukemia และ ซาร์โคมา Sarcomas

6. ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะได้รับรายงานผล

สำหรับ FoundationOne® CDx และ FoundationOne®Liquid CDx จะทำการวิเคราะห์และรายงานผลตรวจภายใน 14 วัน ส่วน FoundationOne® Heme จะได้รับรายงานผล ประมาณ 21 วัน นับจากวันที่ Foundation Medicine ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับตัวอย่างชิ้นเนื้อเยื่อ (tissue) หรือตัวอย่างเลือด (whole blood) ทั้งนี้การขนส่งสิ่งส่งตรวจไปยังประเทษสหรัฐอเมริกาดำเนินการโดย FedEx และใช้เวลาขนส่งโดยเฉลี่ย 2-3 วัน 

7. หากต้องการส่งตรวจต้องทำอย่างไร

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งของท่านเพื่อการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แพทย์จะสามารถสั่งตรวจ Foundation Medicine ให้กับท่าน

8. ท่านควรสอบถามแพทย์ก่อนเริ่มการรักษามะเร็งอย่างไรบ้าง

เพราะมะเร็งของทุกคนต่างกัน มะเร็งที่ฉันเป็นเป็นอย่างไร มะเร็งที่ฉันเป็นจะได้ประโยชน์จากการตรวจยีนแบบครอบคลุมหรือไม่ การตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุมนั้นๆได้รับการรับรองให้ใช้วินิจฉัยโรคทางคลินิกโดยสำนักงานอาหารและยาหรือ FDA แล้วใช่หรือไม่

Read less
เพิ่มเติมเกียวกับโรช click here

References

  1. FoundationOne®CDx FDA Approval, 2017. Available at: https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf17/P170019a.pdf (Accessed January 2019).
  2. Naidoo J, et al. Am J Hematol Oncol 2014;10:4–11. & Suh JH, et al. Oncologist 2016;21:684-691.
  3. Frampton GM, et al. Nat Biotechnol 2013;11:1023-31. & Dong L, et al. Curr Genomics 2015;4:253-63.
  4. National Cancer Institute Surgery to Treat Cancer. Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/surgery(Accessed 26 September, 2018);
  5. American Cancer Society Radiation Therapy Basics. Available at: https://www.cancer.org/treatment/treatmentsandsideeffects/treatmenttypes/ radiation/basics.html (Accessed 01 October, 2018)
  6. National Cancer Institute Radiation Therapy to Treat Cancer.Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/radiationtherapy(Accessed 26 September, 2018)
Read more
  1. National Cancer Institute Chemotherapy to Treat Cancer.Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/chemotherapy (Accessed 25 September 2018).
  2. Baudino, T.A., et al. (2015a Curr Drug Discov Technol 12:320.
  3. Priestley, P., et al. (2019) Nature doi: 10.1038/s41586-019-1689-y; 2. Rodon, J., et al. (2019) Nat Med 25:751-58
  4. Cancer Research UK. How cancer starts. Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/what-is-cancer/how-cancer-starts (Accessed January 2019);
  5. American Cancer Society Glossary. Mutations. Available at: https://www.cancer.org/content/cancer/en/cancer/glossary.html?term=mutation (Accessed January 2019);
  6. Cancer Research UK. How cancer can spread. Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/what-is-cancer/how-cancer-can-spread (Accessed January 2019).
  7. Blackadar, C.B. (2016) World J Clin Oncol 10(71):5486; Cancer research UK website Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about—cancer/what—is—cancer (Accessed March 2020)
  8. https://www.foundationmedicine.com/patients#questions
  9. https://www.foundationmedicine.com/pages/common-physicians-questions#who-is-eligible-for-the-tests
  10. https://www.foundationmedicine.com/pages/common-patient-questions#when-should-i-get-tested
  11. https://assets.ctfassets.net/vhribv12lmne/3kpybus0YU64E4uSi8CYYS/19396d9ec4979d8d9c51a90961c8f396/F1CDx_FAQs.pdf
  12. https://www.fda.gov/medical-devices/vitro-diagnostics/companion-diagnostics
  13. https://www.fda.gov/media/87374/download
  14. FoundationOne®CDx clinical validation, 2017. Available at: http://www.foundationmedicine.com/genomic-testing/foundation-one-cdx. (Accessed August 2020).
  15. Data on file: Clinical and analytical validation data file for FoundationOne Liquid CDx.
  16. Next Generation Sequencing (NGS) guidelines for somatic genetic variant detection, 2015
  17. FoundationOne®CDx Technical Specifications 2018. Available at: www.rochefoundationmedicine.com/f1cdxtech
Read less