ทำไม Foundation Medicine ถึงเป็นคำตอบแรกของคุณ

เพราะมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่มีความต่างกันในแต่ละคน Foundation Medicine คือผู้ให้บริการการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนอย่างครอบคลุม (Comprehensive Genomic Profiling; CGP) ที่ได้มาตรฐานระดับโลก (US FDA approval)1 สามารถตรวจยีนได้มากกว่า 300 ยีนภายในการตรวจเพียงครั้งเดียว การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมจึงช่วยแพทย์วางแผนเลือกการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจง (Personalized Medicine) ในแบบของคุณ*2-3

ดังนั้น Foundation Medicine จึงเป็นคำตอบแรกในการต่อสู้กับโรคมะเร็งก่อนเริ่มต้นการรักษา

หมายเหตุ*ทั้งนี้การตัดสินใจเลือกการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษาเนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย

การเลือกการตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม
ที่ได้รับมาตรฐาน US FDA approval
มีความสำคัญอย่างไร

การบริการตรวจยีนทั้ง FoundationOne CDx (ใช้ตัวอย่างชิ้นเนื้อมะเร็ง) และ FoundationOne Liquid CDx (ใช้ตัวอย่างเลือด) ได้รับการรับรองตามมาตรฐานขั้นสูง ขององค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US- FDA) ว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ทางคลินิก ซึ่งแตกต่างจากการบริการตรวจยีนที่ยังไม่ได้รับการรับรองซึ่งจะถือว่าเป็นการตรวจที่อนุญาตให้ใช้ในห้องปฏิบัติการเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น (Research use only)18-19 เพื่อที่จะได้รับการรับรองดังกล่าว FoundationOne CDx ใช้ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจมากถึง 6,300 ตัวอย่าง20 และ FoundaionOne Liquid CDx ใช้ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจมากถึง 7,500 ตัวอย่าง21 เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์เพื่อยื่นขอรับรองมาตรฐานซึ่งมากกว่า ปริมาณที่มักใช้ในการประเมินมาตรฐานทั่วไปที่ใช้เพียงแค่ 50 ตัวอย่างเท่านั้น22 การประเมินมาตรฐานนี้ Foundation Medicine ได้รับการรับรองทั้งในส่วนของวิธีการตรวจ (analytical validation), ผลการตรวจที่ส่งผลต่อการเลือกยารักษาที่จำเพาะ (clinical validation) และ ชีวสารสนเทศศาสตร์ (bioinformatics) ท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่าการบริการตรวจยีนของ Foundation Medicine มีคุณภาพและได้มาตรฐานขั้นสูงจึงเหมาะสมสำหรับนำมาให้ในการรักษาของท่าน23

เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับการนำมาใช้ในการรักษา

Analytical validation
เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ตรวจได้ นั้นถูกต้องจริง

Clinical validation
ผลการตรวจช่วยเลือกยารักษาที่จำเพาะ

Bioinformatics
ตรวจเพื่อให้มั่นใจว่าการวิเคราะห์ และรายงานผลได้มาตรฐาน

ประโยชน์ของ Foundation Medicine

การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

ตรวจยีนมะเร็งครอบคลุม ครบจบในครั้งเดียว

วางแผนการรักษาได้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

เพิ่มทางเลือก การรักษาที่ตรงจุด

การตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมด้วย Foundation Medicine จะทำให้สามารถมองภาพของความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดภายในการตรวจเพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วยประหยัดชิ้นเนื้อประหยัดเวลาและมีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจหาความผิดปกติของยีนมะเร็งแบบทีละจุดหรือ Single biomarker testing2-3

Read more

เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ หรือเลือด

การตรวจทางพยาธิ

การตรวจยีนอย่างครอบคลุม
(Comprehensive geonomics profiling )

1.การตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม (Comprehensive genomic profiling)

เป็นการตรวจการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเออย่างครอบคลุม เพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดได้ในการตรวจเพียงครั้งเดียว ทำให้เห็นภาพรวมของการกลายพันธุ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน เซลล์มะเร็งเพื่อหาทางเลือกในการรักษาอย่างตรงจุด 2-3

2. การตรวจยีนมะเร็งแบบยีนเดียว หรือกลุ่มเดียว (Single biomarker testing or hotspot testing)

ตรวจหาเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนที่พบได้บ่อยเท่านั้น (common mutation) เนื่องจากต้องเลือกชนิดของการกลายพันธุ์ที่ต้องการตรวจหาล่วงหน้าก่อนการตรวจ ดังนั้นจะไม่สามารถตรวจพบ การกลายพันธุ์ชนิดอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยีนที่เลือกจะตรวจหา จึงมีโอกาสพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์อื่นๆที่อาจจะมีความสำคัญไปได้ 2-3

Read less

เส้นทางต่อสู้โรคมะเร็งในแบบของคุณ

Your journey to fight cancer

ยาหนึ่งตัวใช้กับคนไข้ทุกคน เช่นยาเคมีบำบัด

แบ่งคนไข้เป็น กลุ่มกว้างๆ รักษาตรงจุดมากขึ้น

คนไข้แต่ละคนแตกต่างกัน รักษาได้ถูกต้อง เหมาะสม กับคนไข้แต่ละคน

Read more

เข้าใจมะเร็ง

มะเร็งเกิดจากการที่สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA, RNA หรือ โปรตีน) ในเซลล์เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้การทำงานของเซลล์ผิดปกติไป สารพันธุกรรมของคนเรามีหน้าที่เก็บข้อมูลสำคัญที่มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ให้อยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม สารพันธุกรรม สามารถเกิดความผิดปกติได้หรือ เรียกว่า การกลายพันธุ์ (mutation) การกลายพันธ์ุนั้นยังสามารถเกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ดังนั้นการกลายพันธุ์ในสารพันธุกรรมจึงสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบส่งผลให้คนไข้มะเร็งแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างเฉพาะตัว

การกลายพันธุ์ อาจเกิดจากปัจจัยภายนอกต่างๆ13

Read less

แนวทางการรักษา

การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted treatment)
เป็นการมุ่งเน้นการให้ยารักษาให้ตรงกับการกลายพันธุ์ ของมะเร็งในคนไข้แต่ละคน ซึ่งอาจจะเพิ่มประสิทธิภาพและ อาจจะลดผลข้างเคียงซึ่งแพทย์จะวางแผน การรักษาแบบมุ่งเป้าได้เมื่อมีการตรวจหาความผิดปกติ ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันบําบัด (Immunotherapy)
เป็นการรักษาโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทําลายเซลล์มะเร็ง ยาในกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยเพิ่มการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น 8

Chemotherapy
แพทย์อาจแนะนำยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นการใช้ยาเพื่อทำลาย เซลล์ที่มีการเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ก็ทำให้เซลล์ปกติของร่างกายก็มีโอกาสถูกทำลายไปด้วย 4-7

Surgery
คนไข้จะรับการผ่าตัดตามตำแหน่งของก้อนมะเร็งหากพบว่า มะเร็ง ที่สามารถตัดออกได้และไม่แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่น ในร่างกายก้อนมะเร็งสามารถถูกตัดออกด้วยการผ่าตัด 4-7

Radiotherapy
หากตำแหน่งของมะเร็งไม่สามารถทำการผ่าตัดได้หรือยังมี มะเร็งหลงเหลือหลังจากผ่าตัดแล้วแพทย์อาจจะใช้วิธีรังสีรักษา เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ง หรือให้มั่นใจว่าตำแหน่งนั้นๆ ไม่มีมะเร็งหลงเหลืออยู่ แต่หากฉายรังสีในขนาดที่สูง อาจจะทำให้เซลล์ข้างเคียงที่ปกติบาดเจ็บได้ในบริเวณที่สัมผัสรังสี 4-7

การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted treatment) เป็นการมุ่งเน้นการให้ยารักษาให้ตรงกับการกลายพันธุ์ ของมะเร็งในคนไข้แต่ละคน ซึ่งอาจจะเพิ่มประสิทธิภาพและ อาจจะลดผลข้างเคียงซึ่งแพทย์จะวางแผน การรักษาแบบมุ่งเป้าได้เมื่อมีการตรวจหาความผิดปกติ ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันบําบัด (Immunotherapy)
เป็นการรักษาโดยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มาทําลายเซลล์มะเร็ง ยาในกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยเพิ่มการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น 8

Chemotherapy
แพทย์อาจแนะนำยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นการใช้ยาเพื่อทำลาย เซลล์ที่มีการเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ก็ทำให้เซลล์ปกติของร่างกายก็มีโอกาสถูกทำลายไปด้วย 4-7

Surgery
คนไข้จะรับการผ่าตัดตามตำแหน่งของก้อนมะเร็งหากพบว่า มะเร็ง ที่สามารถตัดออกได้และไม่แพร่กระจายไปตำแหน่งอื่น ในร่างกายก้อนมะเร็งสามารถถูกตัดออกด้วยการผ่าตัด 4-7

Radiotherapy
หากตำแหน่งของมะเร็งไม่สามารถทำการผ่าตัดได้หรือยังมี มะเร็งหลงเหลือหลังจากผ่าตัดแล้วแพทย์อาจจะใช้วิธีรังสีรักษา เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ง หรือให้มั่นใจว่าตำแหน่งนั้นๆ ไม่มีมะเร็งหลงเหลืออยู่ แต่หากฉายรังสีในขนาดที่สูง อาจจะทำให้เซลล์ข้างเคียงที่ปกติบาดเจ็บได้ในบริเวณที่สัมผัสรังสี 4-7

ส่งตรวจยีนด้วย Foundation Medicine ได้ที่ไหนบ้าง

ท่านสามารถสอบถามแพยท์สาขามะเร็งวิทยาเกี่ยวกับการส่งตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุมกับ Foundation Medicine ตามโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลข้างล่างนี้ และหากแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ดูแลท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดส่งสิ่งตรวจ การดำเนินการและการชำระค่าบริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ห้องปฎิบัติการไฮเทคแล็ป ที่เบอร์ 02-266-4945,02-266-9560.02-267-0071 หรือ Line ID hitechlab

เข้าใจการตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

Foundation Medicine EP2.1
การตรวจยีนเพื่อรักษามะเร็ง

Foundation Medicine EP2 2
ข้อดี และ ตัวอย่างของการตรวจยีนมะเร็งแบบครอบคลุม

Foundation Medicine EP1
มะเร็งอาจจะดูน่ากลัว แต่ก็มีทางออก และคำตอบอยู่ในตัวคุณ

คำถามที่พบบ่อย14-17

1. Genomic testing ต่างจาก genetic testing อย่างไร

Genetic testing จะวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนในDNA ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary) แต่การตรวจแบบ genomic testing นั้นจะวิเคราะห์การกลายพันธุ์ทั้งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ที่เกิดจากสิ่งอื่นๆตลอดช่วงชีวิตของคนไข้ ซึ่งทำให้เกิดการเติบโตของมะเร็ง การกระจายตัวของมะเร็ง ตลอดถึงส่งผลต่อการตอบสนองของการรักษา Foundation medicine เป็นการตรวจแบบ Genomic testing ซึ่งดูการ กลายพันธุ์ที่เกี่ยวกับมะเร็งทั้งหมดโดยไม่แยกว่าการกลายพันธุ์นั้นเกิดจากส่วนใด

2. Comprehensive genomic profiling คืออะไร

Comprehensive genomic profiling (CGP) คือ วิธีการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งอย่างครอบคลุม โดยใช้ตัวอย่างชิ้นเนื้อ หรือ เลือดของคนไข้มะเร็ง เพื่อที่จะตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ผิดปกติเกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมดของคนไข้ Comprehensive genomic profiling ให้ข้อมูลที่ช่วยให้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้ยารักษาที่จำเพาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแม่นยำและจำเพาะ (Personalized Medicine) ต่อคนไข้แต่ละคน และสามารถใช้ตรวจได้สำหรับมะเร็งทุกชนิด เนื่องจากมะเร็งของคนไข้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ผลตรวจจึงอาจพบยีนที่มียารักษามุ่งเป้าหรืออาจไม่มีก็ได้ ซึ่งแพทย์จะได้ทำการเลือกใช้ยาได้เหมาะสมที่สุดกับท่านต่อไป

3. Comprehensive genomic profiling ต่างจากการตรวจการตรวจยีนมะเร็งแบบยีนเดียว หรือกลุ่มเดียว(Single biomarker testing or hotspot testing) อย่างไร

การตรวจแบบยีนเดียว (Single gene testing) จะตรวจหายีนมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติแค่บางจุด โดยมักตรวจหาเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนที่พบได้บ่อยเท่านั้น (common mutation) เนื่องจากต้องเลือกชนิดของการกลายพันธุ์ที่ต้องการตรวจหาล่วงหน้าก่อนการตรวจ ดังนั้นจะไม่สามารถตรวจพบ การกลายพันธุ์ชนิดอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เลือกจะตรวจหา จึงมีโอกาสพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์อื่นๆที่อาจจะมีได้ แต่การตรวจแบบ Comprehensive genomic profiling (CGP) จะสามารถตรวจการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเออย่างครอบคลุม คือตรวจหาการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหมด ทำให้เห็นภาพรวมของการกลายพันธุ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเซลล์มะเร็งเพื่อหาทางเลือกในการรักษาอย่างตรงจุด

Read more

4. ใครที่สามารถรับการตรวจได้บ้าง

การส่งตรวจ Foundation Medicine® ใช้สำหรับวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนในคนไข้โรคมะเร็งชนิดก้อน solid tumor ด้วยการใช้ FoundationOne® CDx หรือ FoundationOne® Liquid CDx สำหรับโรคมะเร็งโลหิตวิทยา (hematologic malignancy) และ มะเร็งซาร์โคมา Sarcoma ด้วยการใช้ FoundationOne® Heme ผลการตรวจจาก Foundation Medicine ช่วยในการพยากรณ์โรคโดยการดูการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้อง และใช้แนะนำแนวทางในการเลือกยารักษาสำหรับคนไข้ที่เหมาะสมและจำเพาะกับคนไข้แต่ละคน  

5. การส่งตรวจ Foundation Medicine ใช้ในมะเร็งทุกกลุ่ม ใช่หรือไม่

การส่งตรวจ Foundation Medicine เป็นการตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุม (comprehensive genomic profiling (CGP)) ที่เป็นการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนที่ครอบคลุมทุกชนิดของมะเร็ง ดังตัวอย่างของมะเร็งต่อไปนี้ FoundationOne®CDx:  มะเร็งชนิดก้อนทั้งหมด (Solid tumors) เช่น มะเร็งปอด Non-Small Cell Lung (NSCLC) มะเร็งลำไส้ (Colorectal cancer) มะเร็งเต้านม (Breast cancer) มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)มะเร็งผิวหนัง (Melanoma) และอื่นๆ FoundationOne®CDx: เช่นเดียวกับ FoundationOne®CDx แต่ใช้ตัวอย่างเลือดในการส่งตรวจ FoundationOne® Heme: มะเร็งโรคเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว Leukemias, Myelodysplastic Syndrome, Myeloproliferative Neoplasm, Acute Myeloid Leukemia, Acute Lymphoblastic Leukemia และ ซาร์โคมา Sarcomas

6. ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะได้รับรายงานผล

สำหรับ FoundationOne® CDx และ FoundationOne®Liquid CDx จะทำการวิเคราะห์และรายงานผลตรวจภายใน 14 วัน ส่วน FoundationOne® Heme จะได้รับรายงานผล ประมาณ 21 วัน นับจากวันที่ Foundation Medicine ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับตัวอย่างชิ้นเนื้อเยื่อ (tissue) หรือตัวอย่างเลือด (whole blood) ทั้งนี้การขนส่งสิ่งส่งตรวจไปยังประเทษสหรัฐอเมริกาดำเนินการโดย FedEx และใช้เวลาขนส่งโดยเฉลี่ย 2-3 วัน 

7. หากต้องการส่งตรวจต้องทำอย่างไร

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งของท่านเพื่อการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แพทย์จะสามารถสั่งตรวจ Foundation Medicine ให้กับท่าน

8. ท่านควรสอบถามแพทย์ก่อนเริ่มการรักษามะเร็งอย่างไรบ้าง

เพราะมะเร็งของทุกคนต่างกัน มะเร็งที่ฉันเป็นเป็นอย่างไร มะเร็งที่ฉันเป็นจะได้ประโยชน์จากการตรวจยีนแบบครอบคลุมหรือไม่ การตรวจยีนมะเร็งอย่างครอบคลุมนั้นๆได้รับการรับรองให้ใช้วินิจฉัยโรคทางคลินิกโดยสำนักงานอาหารและยาหรือ FDA แล้วใช่หรือไม่

Read less
เพิ่มเติมเกียวกับโรช click here

References

  1. FoundationOne®CDx FDA Approval, 2017. Available at: https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf17/P170019a.pdf (Accessed January 2019).
  2. Naidoo J, et al. Am J Hematol Oncol 2014;10:4–11. & Suh JH, et al. Oncologist 2016;21:684-691.
  3. Frampton GM, et al. Nat Biotechnol 2013;11:1023-31. & Dong L, et al. Curr Genomics 2015;4:253-63.
  4. National Cancer Institute Surgery to Treat Cancer. Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/surgery(Accessed 26 September, 2018);
  5. American Cancer Society Radiation Therapy Basics. Available at: https://www.cancer.org/treatment/treatmentsandsideeffects/treatmenttypes/ radiation/basics.html (Accessed 01 October, 2018)
  6. National Cancer Institute Radiation Therapy to Treat Cancer.Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/radiationtherapy(Accessed 26 September, 2018)
Read more
  1. National Cancer Institute Chemotherapy to Treat Cancer.Available at: https://www.cancer.gov/aboutcancer/treatment/types/chemotherapy (Accessed 25 September 2018).
  2. Baudino, T.A., et al. (2015a Curr Drug Discov Technol 12:320.
  3. Priestley, P., et al. (2019) Nature doi: 10.1038/s41586-019-1689-y; 2. Rodon, J., et al. (2019) Nat Med 25:751-58
  4. Cancer Research UK. How cancer starts. Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/what-is-cancer/how-cancer-starts (Accessed January 2019);
  5. American Cancer Society Glossary. Mutations. Available at: https://www.cancer.org/content/cancer/en/cancer/glossary.html?term=mutation (Accessed January 2019);
  6. Cancer Research UK. How cancer can spread. Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/what-is-cancer/how-cancer-can-spread (Accessed January 2019).
  7. Blackadar, C.B. (2016) World J Clin Oncol 10(71):5486; Cancer research UK website Available at: https://www.cancerresearchuk.org/about—cancer/what—is—cancer (Accessed March 2020)
  8. https://www.foundationmedicine.com/patients#questions
  9. https://www.foundationmedicine.com/pages/common-physicians-questions#who-is-eligible-for-the-tests
  10. https://www.foundationmedicine.com/pages/common-patient-questions#when-should-i-get-tested
  11. https://assets.ctfassets.net/vhribv12lmne/3kpybus0YU64E4uSi8CYYS/19396d9ec4979d8d9c51a90961c8f396/F1CDx_FAQs.pdf
  12. https://www.fda.gov/medical-devices/vitro-diagnostics/companion-diagnostics
  13. https://www.fda.gov/media/87374/download
  14. FoundationOne®CDx clinical validation, 2017. Available at: http://www.foundationmedicine.com/genomic-testing/foundation-one-cdx. (Accessed August 2020).
  15. Data on file: Clinical and analytical validation data file for FoundationOne Liquid CDx.
  16. Next Generation Sequencing (NGS) guidelines for somatic genetic variant detection, 2015
  17. FoundationOne®CDx Technical Specifications 2018. Available at: www.rochefoundationmedicine.com/f1cdxtech
Read less